ชนิดของรองเท้ากีฬา

ชนิดของรองเท้ากีฬา แบ่งเป็นกลุ่มใหญ่ๆ คือ               

  1. รองเท้าวิ่ง (Running Shoes) มีการศึกษาพบว่าร้อยละ 50 – 70 ของนักวิ่งได้รับบาดเจ็บจากการวิ่ง เพราะในขณะวิ่ง จะมีน้ำหนัก2 – 3 เท่าของน้ำหนักตัวกดลงบริเวณส้นเท้า (หรือปลายเท้าในนักวิ่งเร็วระยะสั้น) ดังนั้นรองเท้าวิ่งจึงควรมีลักษณะ ดังนี้
  • ช่วยรับและกระจายน้ำหนัก วัสดุที่ใช้โดยเฉพาะบริเวณส้นเท้าจะมีคุณสมบัติพิเศษในการกระจายแรงกระแทกไปสู่ส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย รวมทั้งช่วยถ่ายเทน้ำหนักลงสู่พื้น
  • ส่วนพื้นรองเท้าชั้นนอกจะมีลักษณะบานกว้างออก เพื่อเพิ่มความมั่งคงในการก้าววิ่ง ช่วยเพิ่มสมรรถนะในการวิ่ง ลดปริมาณการใช้งานของกล้ามเนื้อน่องและขา
  1. รองเท้ากีฬาประเภทคอร์ท (Court Shoes) กีฬาประเภทคอร์ท เช่น แบดมินตัน เทนนิส สควอช จะมีลักษณะการเคลื่อนไหวเฉพาะตัวที่แตกต่างจากกีฬาประเภทอื่น ได้แก่ ลักษณะการยืนในท่าเตรียมพร้อมโดยน้ำหนักกดลงบริเวณปลายเท้า มีการเคลื่อนไหวทั้งในแนวหน้าหลังและด้านข้าง เป็นไปอย่างรวดเร็วและหยุดกะทันหัน และนอกจากการเคลื่อนไหวในแนวระนาบแล้วยังมีการกระโดดอีกด้วย ดังนั้นรองเท้าที่ใช้จึงต้องมีลักษณะและบทบาทเฉพาะตัว คือ
  • ช่วยรับและกระจายน้ำหนัก วัสดุที่ใช้โดยเฉพาะบริเวณฝ่าเท้าส่วนหน้าและส้นเท้าจะมีคุณสมบัติในการรับและถ่ายเทแรงที่มาจากทิศทางต่าง ๆ ได้เป็นอย่างดี และช่วยลดปริมาณการใช้งานของกล้ามเนื้อ ป้องกันการเกิดการบาดเจ็บ เพราะวัสดุที่ใช้มีความแข็งแรงทนทาน กระชับบริเวณฝ่าเท้าและส้นเท้าเพื่อรองรับการเคลื่อนไหวในทิศทางต่างๆ และช่วยประคองข้อเท้าสำหรับรองเท้าชนิดหุ้มข้อลวดลายรูปแบบของพื้นด้านนอก จะมีลักษณะพิเศษซึ่งจะมีผลต่อความยืดหยุ่น ความลื่น และเป็นจุดหมุนของรองเท้า
  • ขอบพื้นรองเท้าชั้นนอกจะหนา เพื่อป้องกันการสึกของขอบพื้นรองเท้าจากการเคลื่อนไหวและการลากเท้าในทิศทางต่าง ๆ
  1. รองเท้ากีฬาประเภทสนาม (Field Shoes) ต้องรองรับการเคลื่อนไหวในทุกทิศทางอย่างรวดเร็วและหยุดกะทันหัน รวมทั้งมีการกระโดด และอาจมีการใช้เท้าเตะบอล ดังนั้นบทบาทสำคัญของรองเท้าประเภทนี้  คือ
  • กระชับกับรูปเท้าและยืดหยุ่นดี เพื่อให้ผู้เล่นสามารถรู้สึกถึงสัมผัสในขณะสัมผัสลูกบอล ในขณะเดียวกันวัสดุที่ใช้ต้องสามารถป้องกันการเกิดอาการเท้าบาดเจ็บได้ด้วย
  • บริเวณพื้นรองเท้าจะมีปุ่มเพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการยึดเกาะกับพื้นสนาม และป้องกันการลื่นล้ม (สำหรับรองเท้ากอล์ฟที่มีคุณภาพดี จะช่วยในการถ่ายน้ำหนักซ้ายขวา ตามวงสวิงของผู้เล่นด้วย)

                 รองเท้ากีฬาทั้ง 3 ประเภท ต่างมีจุดเด่นแตกต่างกันไป แต่ไม่ว่ารองเท้าจะดีแค่ไหน ก็ไม่ควรลืมสวมถุงเท้า เพราะนอกจากจะช่วยลดการเสียดสีระหว่างเท้ากับรองเท้าแล้ว ยังช่วยดูดซับและระบายความชื้น แถมช่วยในการรับและส่งผ่านแรงกระแทก ที่สำคัญ ยังช่วยควบคุมอาการบวมที่อาจเกิดขึ้นจากการเล่นกีฬา ส่วนอุปกรณ์อีกหนึ่งชิ้นที่มีความสำคัญไม่แพ้กัน คือ แผ่นเสริมรองฝ่าเท้าชั้นใน มีประโยชน์สำหรับผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับเท้า หรือใส่รองเท้าไม่พอดี หากมีปัญหาเพียงเล็กน้อยก็สามารถหาซื้อแผ่นเสริมรองฝ่าเท้าชั้นในซึ่งมีขายทั่วไปในท้องตลาดได้ แต่หากมีปัญหามากควรไปพบแพทย์เวชศาสตร์ฟื้นฟู เพื่อตรวจประเมินปัญหา และอาจต้องทำแผ่นเสริมรองฝ่าเท้าชั้นในซึ่งทำขึ้นเฉพาะสำหรับแก้ปัญหานั้นๆ

 

การเลือกรองเท้ากีฬาให้เหมาะสมกับรูปเท้า

–  เท้าแบน (ฝ่าเท้าคุณไม่มีส่วนเว้าโค้งเลย) ต้องเลือกรองเท้าที่เน้นความมั่นคงของการวิ่ง เพราะเป็นการวิ่งที่ใช้เท้าด้านใน เวลาเลี้ยวอาจล้มได้ง่าย ดังนั้นควรเลือกซื้อรองเท้าประเภท  “Motion Control” หรือ “Stability”

 

–   เท้าปกติ (ฝ่าเท้ามีส่วนเว้าประมาณ 3 ใน 4) สามารถเลือกรองเท้าได้ทุกรูปแบบเพราะเป็นทรงเท้าที่ได้มาตรฐาน เคลื่อนที่และทรงตัวได้เป็นปกติ

 

–   เท่าโค้ง (ฝ่าเท้ามีส่วนโค้งส่วนเว้ามากหรือรอยเท้าขาด) ผู้ที่มีทรงเท้าลักษณะนี้เมื่อออกกำลังกายเป็นเวลานานๆจะรู้สึกปวดเมื่อยได้ง่ายเพราะน้ำหนักจะลงเฉพาะส่วนปลายและส้นเท้า จำเป็นต้องเลือกรองเท้าที่มีคำว่าว่า “Flexible” หรือ “Cushioned”

การแข่งขันที่พ่ายแพ้

บทความกีฬาเล็กๆสู่การพัฒนาแนวคิดบวกต่อความพ่ายแพ้

หากการแข่งขันนัดสำคัญของนักฟุตบอลสิ้นสุดลง แต่ผลลัพธ์ของการแข่งขันคือ คุณเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ และถ้าการแข่งจันครั้งนี้มีความสำคัญกับชีวิตคุณมากๆ เช่นเป็นการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ หรือโอลิมปิก ฟุตบอลโลก ซึ่งกว่าคุณจะมาแข่งขันได้อีกอาจต้องใช้เวลาอีกหลายปี ตลอดจนความคิดลบที่ประดังประเดเข้ามาในสมองของคุณ และถ้าคุณหยุดมันไม่ได้แล้วล่ะก็ บางทีมันอาจเป็นเรื่องทัศนคติ ซึ่งคุณอาจต้องใช้เทคนิคบางประการเพื่อฝึกฝนพลังแห่งใจของคุณให้เข้มแข็งและพร้อมจะลุกขึ้นสู้ในครั้งต่อไป

1. จงยินดีในความสำเร็จของคู่แข่งขัน

ในข้อแรก แม้ว่ามันจะยากที่สุด แต่คุณต้องทำมันให้ได้ นั่นคือการแสดงความยินดีในความสำเร็จของคู่แข่งขันของคุณ  เมื่อเวลาในการแข่งขันหมดลง จงเดินไปหาคู่แข่ง และทำการจับมือเพื่อแสดงความยินดีกับเขา คุณจะต้องยิ้มออกมาให้ได้ ทั้งใบหน้าและดวงตา โดยปกติ ผู้แข่งขันกีฬาที่มีความเป็นมืออาชีพ เมื่อได้รับชัยชนะและถ้าคู่แข่งมาขอแสดงความยินดี เขาจะต้องพูดให้กำลังใจคุณ อย่ากังวลอย่าเขินอาย จงทำทันที

2. มองว่าพรุ่งนี้ยังมีหวัง

กลับห้องพัก และนอนพักผ่อนให้สบายใจ คิดไว้ในสมองของคุณว่าพรุ่งนี้ยังมีหวังเสมอ ถ้าแสงตะวันยังไม่หยุดขึ้นทางทิศตะวันออก คุณก็อย่าได้โปรดหยุดความหวังในชีวิตของคุณเอง จงมุ่งมั่นและทำต่อไปๆ

3. ไม่มีใครชนะไปตลอดกาล

จงระลึกข้อนี้ไว้เสมอ ไม่มีใครชนะไปตลอดกาล รวมทั้งตัวคุณด้วย ทุกคนต้องประสบกับความพ่ายแพ้ในเกมส์การแข่งขันกันมาทั้งนั้น และคุณก็จะเป็นหนึ่งในนั้น บางทีคู่แข่งขันที่เขาชนะคุณในการแข่งขันเมื่อวานนี้อาจโดนดูถูก และแพ้การแข่งขันมานับไม่ถ้วนครั้งแล้วก็ได้ เพียงแต่คุณอาจไม่ได้รับรู้ข้อมูลในส่วนของความพ่ายแพ้ของคู่แข่ง ดังนั้นหากคุณแพ้วันนี้ พรุ่งนี้อาจเป้นวันแห่งชัยชนะของคุณก็เป็นได้

4. หมั่นปฏิบัติธรรม

หากคุณได้มีโอกาสลองไปฝึกสมาธิและปฏิบัติธรรมสักสามวันหรือเจ็ดวัน จะช่วยให้คุณมีสภาพจิตใจที่ดีขึ้นอย่างรวดเร็วมากๆ มากเสียจนคุณอาจตั้งตัวต่อสิ่งใหม่ๆในจิตใจขึ้นไม่ทัน คุณจะมีสมาธิมากขึ้น รู้สึกถึงพลังบวกใน  ตนเองมากขึ้น มองโลกเป็นบวกมากขึ้น พลังงานบริสุทธิ์ในตัวของคุณจะถูกปลดปล่อยออกมา มันทำให้คุณมีชีวิตขึ้นมาอีกครั้ง ดังนั้นหลังเกมส์การแข่งขัน ลองหาโอกาสไปปฏิบัติธรรมดูนะครับ

ดังนั้นลงนำหลักการทั้งสามข้อนี้ไปปรับใช้ ถ้าคุณฝึกฝนและใช้มันอย่างจริงจังต่อเนื่องสัก 28 วัน ผมเชื่อมั่นว่าไม่ว่าการแข่งขันครั้งไหนและผลจะจบลงอย่างไร คุณก็พร้อมที่จะลงแข่งขันในรายการต่อไปด้วยกำลังใจที่เต็มเปี่ยมเสมอ